ทั่วไป

20 โรคไม่ติดต่อ ที่คนอายุน้อยก็เป็นได้: รู้เท่าทัน ป้องกันได้ สุขภาพดี

2 พฤษภาคม 2569 2 นาที· ระตินัยคลินิก

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป สถิติพบคนอายุน้อยป่วยเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ทำความเข้าใจ NCDs 20 โรคที่พบบ่อย และแนวทางป้องกันเพื่อสุขภาพที่ดีตั้งแต่วันนี้

ในอดีต โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs (Non-Communicable Diseases) มักถูกมองว่าเป็นเรื่องของผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบัน สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างมาก คนอายุน้อยจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญกับโรคเหล่านี้ การทำความเข้าใจ NCDs ที่พบบ่อยในกลุ่มคนอายุน้อยจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ทุกคนสามารถป้องกันและดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างทันท่วงที

ที่มาของ NCDs: เมื่อพฤติกรรมนำสู่โรค

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs (Non-Communicable Diseases) ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มผู้สูงอายุอีกต่อไป ปัจจุบันพบว่าคนอายุน้อยมีแนวโน้มเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น ซึ่งสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสมในยุคปัจจุบัน

ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยในคนอายุน้อย:

  • การบริโภคอาหาร: การรับประทานอาหารที่ผ่านการแปรรูป น้ำตาลสูง โซเดียมสูง และไขมันทรานส์ เช่น ฟาสต์ฟู้ด ขนมขบเคี้ยว น้ำอัดลม เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่โรคอ้วน เบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • การออกกำลังกายไม่เพียงพอ: การใช้ชีวิตแบบนั่งๆ นอนๆ ขาดการเคลื่อนไหว (Sedentary Lifestyle) ทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้น้อยลง ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน
  • การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์: สารพิษในบุหรี่และแอลกอฮอล์ทำลายอวัยวะภายในหลายระบบ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง โรคตับแข็ง และโรคหัวใจ
  • ความเครียดสะสม: ความเครียดจากชีวิตประจำวัน การเรียน การทำงาน หากสะสมต่อเนื่องโดยไม่มีการจัดการที่ดี จะส่งผลกระทบต่อฮอร์โมน ระบบภูมิคุ้มกัน และพฤติกรรมการกิน ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิด NCDs ได้

พฤติกรรมเหล่านี้แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยในระยะสั้น แต่เมื่อสะสมเป็นเวลานาน จะส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้เกิดภาวะเจ็บป่วยเรื้อรังที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตในระยะยาว การตระหนักถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่อายุน้อยจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญ เพื่อสุขภาพที่ดีและยั่งยืน.

กลุ่มโรค NCDs ที่พบบ่อยในคนอายุน้อย

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) เป็นกลุ่มโรคที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อและไม่สามารถถ่ายทอดสู่กันได้ แต่เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรม พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม และสภาพแวดล้อม ปัจจุบันพบว่าคนอายุน้อยมีแนวโน้มเป็นโรค NCDs เพิ่มมากขึ้น ตัวอย่างโรคที่พบบ่อยได้แก่

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

เกิดจากภาวะที่ร่างกายดื้อต่ออินซูลินหรือผลิตอินซูลินได้ไม่เพียงพอ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยในคนอายุน้อยคือพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลสูง ขาดการออกกำลังกาย และภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน

โรคความดันโลหิตสูง

เป็นภาวะที่ความดันในหลอดเลือดแดงสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง แม้ไม่มีสัญญาณเตือนที่ชัดเจน แต่หากไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ การบริโภคอาหารเค็มจัด ความเครียด และการไม่ออกกำลังกาย

โรคอ้วนลงพุง

คือภาวะที่มีไขมันสะสมในช่องท้องมากเกินไป ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรค NCDs อื่นๆ สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีพลังงานสูงและขาดการเคลื่อนไหวร่างกาย

โรคไขมันในเลือดสูง

เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงกว่าปกติ ทำให้เกิดการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ปัจจัยที่เกี่ยวข้องได้แก่ อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง การไม่ออกกำลังกาย และกรรมพันธุ์

โรคหัวใจและหลอดเลือด

เป็นกลุ่มโรคที่ส่งผลต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ เช่น โรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งมักเป็นผลมาจากโรค NCDs อื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนอายุน้อยที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสะสมเป็นระยะเวลานาน

ภัยเงียบที่ต้องระวัง: NCDs ที่อาจคาดไม่ถึง

หลายคนอาจคิดว่าโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มักเกิดกับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว NCDs บางชนิดสามารถเกิดขึ้นได้กับคนอายุน้อย และซ่อนตัวอยู่เงียบๆ โดยที่เราอาจไม่ทันรู้ตัว การทำความเข้าใจและป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

โรคมะเร็งบางชนิด

  • มะเร็งลำไส้ใหญ่: แม้จะพบบ่อยในผู้สูงอายุ แต่ก็มีแนวโน้มพบในคนอายุน้อยมากขึ้น ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ พฤติกรรมการกินอาหารแปรรูปหรือเนื้อแดงมากเกินไป ขาดการออกกำลังกาย และมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง หากมีอาการท้องผูกสลับท้องเสีย อุจจาระมีเลือดปน หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรปรึกษาแพทย์
  • มะเร็งปากมดลูก (จาก HPV): เป็นโรคมะเร็งที่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน HPV แต่หากไม่ได้รับการป้องกันและติดเชื้อไวรัสนี้ ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ตั้งแต่ช่วงวัยเจริญพันธุ์ การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสตรี

โรคทางเดินหายใจ

  • โรคหอบหืด: เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม ทำให้หลอดลมตีบแคบลงเมื่อสัมผัสกับสิ่งกระตุ้น เช่น ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ มลพิษทางอากาศ หรือการออกกำลังกาย อาการที่พบคือหอบเหนื่อย ไอ หายใจมีเสียงหวีด ผู้ป่วยโรคหืดจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมอาการ
  • โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD): มักเกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ แต่คนอายุน้อยก็สามารถได้รับผลกระทบจากบุหรี่มือสอง หรือการสัมผัสกับมลภาวะทางอากาศเป็นเวลานาน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะปอดอุดกั้นเรื้อรังได้ในอนาคต ทำให้มีอาการไอเรื้อรัง มีเสมหะ หอบเหนื่อยง่าย โดยเฉพาะเมื่อทำกิจกรรม [อ้างอิงจากคัมภีร์ทิพย์มาลาเรื่องฝีปลวกที่เทียบเคียงได้กับแผลในกระเพาะอาหารที่เกิดอาการเจ็บในทรวงอก]

โรคกระดูกพรุน

  • แม้จะคิดว่าเป็นโรคของผู้สูงอายุ แต่โรคกระดูกพรุน ก็อาจเกิดจากพันธุกรรม หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตตั้งแต่วัยหนุ่มสาว เช่น การไม่ได้รับแคลเซียมและวิตามินดีเพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย หรือการดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนมากเกินไป ทำให้กระดูกไม่แข็งแรงและเสี่ยงต่อการแตกหักง่ายในอนาคต [อ้างอิงจากคัมภีร์กระษัยเรื่องกระษัยลมที่เทียบเคียงได้กับโรคกระดูกพรุน]

โรคทางสุขภาพจิต

  • โรคซึมเศร้าและภาวะวิตกกังวล: เป็น NCDs ที่พบบ่อยขึ้นในคนอายุน้อยในปัจจุบัน สาเหตุเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งความเครียดจากการเรียน การทำงาน ปัญหาสังคม หรือการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในสมอง หากมีอาการเศร้า หดหู่ หมดความสนใจในสิ่งที่เคยชอบ นอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไป รู้สึกไร้ค่า หรือวิตกกังวลมากเกินไปจนกระทบต่อชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการประเมินและช่วยเหลือที่เหมาะสม

คลินิกการแพทย์แผนไทยกับ NCDs: ทางเลือกเพื่อสุขภาพ

การแพทย์แผนไทยมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการป้องกันและจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเน้นการปรับสมดุลร่างกายของแต่ละบุคคลตามหลักธาตุเจ้าเรือน อันเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพที่ดี

หลักการดูแลตามแนวทางแพทย์แผนไทย

การดูแลสุขภาพตามแนวทางแพทย์แผนไทยจะพิจารณาจากปัจจัยหลายด้าน เช่น ธาตุเจ้าเรือน อายุ ฤดูกาล และพฤติกรรม เพื่อประเมินสมุฏฐานของโรค และออกแบบการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล

  • ยาสมุนไพรและการปรับสมดุลร่างกาย: ยาสมุนไพรในตำรับยาไทยมีคุณสมบัติเฉพาะในการบำรุงและฟื้นฟูร่างกาย โดยจะถูกปรับให้เข้ากับธาตุเจ้าเรือนและความผิดปกติของธาตุนั้นๆ เช่น ยาบำรุงโลหิตเพื่อแก้ไขภาวะเลือดจาง หรือยารสร้อนเพื่อบำรุงไฟธาตุและช่วยย่อยอาหาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขความไม่สมดุลที่นำไปสู่ NCDs (อ้างอิง: ยาสมุนไพรเฉพาะบุคคล)
  • หัตถการเพื่อการผ่อนคลายและบรรเทาอาการ: การแพทย์แผนไทยมีหัตถการหลายรูปแบบที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและจัดการกับอาการต่างๆ ของ NCDs:
    • นวดแผนไทย: การนวดเพื่อสุขภาพ ช่วยคลายความเครียด บรรเทาอาการปวดเมื่อย และปรับสมดุลการไหลเวียนของลมในร่างกาย (เส้นประธานสิบ) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีอาการออฟฟิศซินโดรมหรือความเครียดสะสมที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของ NCDs (อ้างอิง: นวดแผนไทยเพื่อสุขภาพ (นวดราชสำนัก) และ รักษาออฟฟิศซินโดรม)
    • อบสมุนไพร: ช่วยผ่อนคลาย ขับสารพิษออกจากร่างกาย และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ซึ่งเป็นผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง (อ้างอิง: อบสมุนไพร)

การแพทย์แผนไทยจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เสริมสร้างความแข็งแรงและปรับสมดุลร่างกาย เพื่อให้ห่างไกลจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้อย่างยั่งยืน

การปรับสมดุลชีวิตประจำวัน ห่างไกล NCDs

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) แม้จะฟังดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนอายุน้อย แต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตในปัจจุบันกลับเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยง การปรับสมดุลชีวิตประจำวันให้เหมาะสมจึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันและลดความรุนแรงของโรคเหล่านี้

โภชนาการที่เหมาะสม

การเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์เป็นอันดับแรก ควรมุ่งเน้นไปที่อาหารสดใหม่ หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารรสจัด (หวานจัด มันจัด เค็มจัด) และอาหารที่มีไขมันสูง เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนจากแหล่งที่ดีต่อสุขภาพ การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวันก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

สร้างวินัยในการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ด้วยการออกกำลังกายระดับปานกลาง เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ การออกกำลังกายช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของหัวใจและปอด ควบคุมน้ำหนัก และลดความเครียด

การจัดการความเครียด

ความเครียดเรื้อรังส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวม การหาวิธีจัดการความเครียดที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็น เช่น การฝึกหายใจ ฝึกสมาธิ โยคะ ฟังเพลง หรือทำกิจกรรมอดิเรกที่ชื่นชอบ การพักผ่อนให้เพียงพอเป็นเวลา 7-8 ชั่วโมงต่อวันก็ช่วยให้ร่างกายและจิตใจได้ฟื้นฟู

ตรวจสุขภาพเป็นประจำ

การตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี แม้จะรู้สึกว่าตนเองยังแข็งแรงอยู่ก็ตาม มีความสำคัญอย่างยิ่งในการค้นหาความผิดปกติของร่างกายและจัดการตั้งแต่เนิ่นๆ หากพบว่ามีความเสี่ยงต่อ NCDs เช่น ความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ หรือไขมันในเลือดสูง จะได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญได้ทันท่วงที เช่น การรับคำปรึกษาด้านการปรับสมดุลธาตุตามหลักการแพทย์แผนไทย หรือการใช้ ยาสมุนไพรเฉพาะบุคคล เพื่อบำรุงและปรับสมดุลร่างกาย.

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

NCDs ส่วนใหญ่มาจากสาเหตุใด?

เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสมเป็นหลัก โดยเฉพาะเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย การพักผ่อน และความเครียด

คนอายุน้อยจะป้องกัน NCDs ได้อย่างไร?

เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ทานอาหารดี ออกกำลังกาย พักผ่อนพอ และตรวจสุขภาพประจำ

การแพทย์แผนไทยช่วยดูแล NCDs ได้หรือไม่?

ช่วยได้ในการปรับสมดุลร่างกาย บรรเทาอาการ และส่งเสริมสุขภาพ เช่น ยาสมุนไพรและหัตถการ

ควรเริ่มตรวจคัดกรอง NCDs ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?

แนะนำให้เริ่มตรวจตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง หรือตามคำแนะนำของแพทย์

บทสรุป

การเผชิญหน้ากับโรคไม่ติดต่อเรื้อรังตั้งแต่อายุน้อยไม่ใช่โชคชะตาที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ด้วยความรู้ความเข้าใจและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ดีขึ้น ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากการแพทย์แผนไทย เราทุกคนสามารถมีสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ยืนยาวได้ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมสุขภาพดี เริ่มต้นดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้

พร้อมจะดูแลตัวเองหรือยัง?

ปรึกษาแพทย์แผนไทยที่ได้รับใบอนุญาต ระตินัยคลินิก ปทุมธานี

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทั่วไป
ทั่วไป

โรคมะเร็งเต้านมในทัศนะการแพทย์แผนไทย: แกะรอยจากคัมภีร์ทิพย์มาลา

ทำความเข้าใจโรคมะเร็งเต้านมผ่านมุมมองการแพทย์แผนไทยโบราณ เจาะลึกคัมภีร์ทิพย์มาลา ต้นกำเนิดการวินิจฉัยและการรักษาตามศาสตร์แผนไทย พร้อมแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

1 พ.ค. 2569 3 นาที
อ่านต่อ
ทั่วไป
ทั่วไป

7 เรื่องที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับยาหอม: ศาสตร์บำบัดจากภูมิปัญญาไทย

ยาหอม ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณที่อยู่คู่คนไทยมานาน แต่คุณรู้จักยาหอมดีแค่ไหน? ค้นพบ 7 เรื่องน่าสนใจและประโยชน์ลึกซึ้งของยาหอมที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

1 พ.ค. 2569 3 นาที
อ่านต่อ
ทั่วไป
ทั่วไป

ดูแลเบาหวานชนิดที่ 2 ในผู้สูงอายุ: คู่มืออาหารและการใช้ชีวิต

โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในผู้สูงอายุต้องการการดูแลที่แตกต่าง บทความนี้เสนอแนวทางด้านอาหารและการใช้ชีวิตเพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและคุณภาพชีวิตที่ดี

1 พ.ค. 2569 2 นาที
อ่านต่อ