ทั่วไป

มือชาขณะทำงาน เกิดจากอะไร? Carpal Tunnel & เส้นประสาทคอ | ระตินัยคลินิก ปทุมธานี

25 พฤษภาคม 2569 7 นาที· ระตินัยคลินิก

อาการมือชาขณะทำงานมักเกิดจากการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome) หรือเส้นประสาทที่คอ (Cervical Radiculopathy) จากท่าทางการทำงานที่ไม่เหมาะสม หากปล่อยไว้นานอาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงได้

ประเด็นสำคัญ

  • Carpal Tunnel เกิดจากเส้นประสาทมีเดียนถูกกดที่ข้อมือ
  • เส้นประสาทคอถูกกดทับเป็นอีกสาเหตุหลักจากออฟฟิศซินโดรม
  • ทดสอบเบื้องต้นด้วย Phalen's test ค้าง 60 วินาที
  • สัญญาณอันตราย: ชาตลอด อ่อนแรง ลามขึ้นแขน → พบแพทย์
  • นวดราชสำนัก + ประคบสมุนไพรช่วยบรรเทาที่ระตินัยคลินิก ปทุมธานี

อาการมือชาปลายนิ้วขณะนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เป็นสัญญาณที่หลายคนอาจเคยเจอและมองข้ามไป แต่รู้หรือไม่ว่านี่อาจเป็นอาการเริ่มต้นของภาวะที่น่ากังวลกว่าออฟฟิศซินโดรมทั่วไป อาการมือชาขณะทำงานมักมีสาเหตุหลักมาจากการกดทับเส้นประสาท ไม่ว่าจะเป็นที่บริเวณข้อมือ คอ หรือช่วงอก ซึ่งเกิดจากท่าทางการทำงานที่ไม่เหมาะสมติดต่อกันเป็นเวลานาน หากไม่รีบดูแล อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้

มือชาขณะทำงาน เกิดจากอะไรได้บ้าง?

อาการชามือที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แท้จริงแล้วมีกลไกทางการแพทย์ซ่อนอยู่หลายอย่าง โดยส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับการกดทับเส้นประสาทตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ดังนี้ครับ

1. พังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome - CTS)

เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในคนทำงานออฟฟิศ เกิดจากพังผืดบริเวณข้อมือหนาตัวขึ้น แล้วไปกดทับเส้นประสาทมีเดียน (Median Nerve) ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่วิ่งผ่านอุโมงค์ข้อมือไปเลี้ยงกล้ามเนื้อและรับความรู้สึกที่นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และครึ่งหนึ่งของนิ้วนาง

ปัจจัยเสี่ยง: การใช้งานข้อมือซ้ำๆ ในท่าเดิม เช่น การพิมพ์คีย์บอร์ด การใช้เมาส์ หรือการทำงานที่ต้องงอข้อมือเป็นเวลานาน

2. เส้นประสาทคอถูกกดทับ (Cervical Radiculopathy)

หลายคนอาจแปลกใจว่าทำไมปวดคอถึงทำให้มือชาได้ นั่นเพราะเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงแขนและมือนั้น มีต้นกำเนิดมาจากกระดูกสันหลังส่วนคอนั่นเอง เมื่อมีภาวะหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท หรือกระดูกคอเสื่อมจนมีกระดูกงอกไปกดทับเส้นประสาท (Cervical Spondylosis) ก็จะทำให้เกิดอาการปวดร้าวจากคอลงมาที่แขน และมีอาการชาร่วมด้วยได้

ข้อสังเกต: อาการชามักจะสัมพันธ์กับท่าทางของคอ เช่น เมื่อก้มหรือเงยคอนานๆ อาการชาจะมากขึ้น

3. กลุ่มอาการทางออกช่องอก (Thoracic Outlet Syndrome - TOS)

เป็นภาวะที่พบได้ไม่บ่อยเท่าสองอย่างแรก เกิดจากการที่เส้นประสาทหรือหลอดเลือดบริเวณทางออกของช่องอก (ช่องว่างระหว่างกระดูกไหปลาร้าและซี่โครงซี่แรก) ถูกกดทับ ซึ่งมักเกิดจากท่าทางที่ไม่ดี เช่น นั่งห่อไหล่เป็นเวลานาน หรือการบาดเจ็บ

เราจะประเมินอาการด้วยตัวเองเบื้องต้นได้อย่างไร?

มี 2 ท่าทดสอบง่ายๆ ที่ช่วยประเมินความเสี่ยงของภาวะ Carpal Tunnel Syndrome ได้เบื้องต้น แต่ย้ำว่าเป็นการประเมินเท่านั้น การวินิจฉัยที่แน่นอนต้องทำโดยแพทย์นะครับ

  • Phalen's Test: ให้งอข้อมือเข้าหากัน โดยให้หลังมือทั้งสองข้างชนกัน ค้างไว้ 60 วินาที หากมีอาการชาหรือปวดเหมือนไฟฟ้าช็อตมากขึ้นบริเวณนิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง อาจเป็นสัญญาณของ CTS
  • Tinel's Sign: ใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ บริเวณอุโมงค์ข้อมือ หากรู้สึกเหมือนมีไฟฟ้าวิ่งแปล๊บไปยังนิ้วมือ อาจบ่งชี้ถึงภาวะนี้ได้เช่นกัน

การทดสอบนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นเท่านั้น ผลบวกไม่ได้ยืนยันโรคเสมอไป และผลลบก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีปัญหา ควรให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัยเพื่อความแม่นยำครับ

เมื่อไหร่ที่อาการมือชา...ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ?

แม้ว่าอาการส่วนใหญ่จะไม่อันตรายร้ายแรง แต่หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรมาพบแพทย์เพื่อทำการประเมินอย่างละเอียด เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะที่ซับซ้อนกว่า หรือการกดทับเส้นประสาทที่รุนแรง

  • อาการชารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หรือเป็นตลอดเวลา
  • กล้ามเนื้อมืออ่อนแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณโคนนิ้วโป้ง หยิบจับของเล็กๆ ลำบาก หรือทำของหลุดมือบ่อย
  • อาการปวดรุนแรง ร้าวจากคอลงมาที่แขนหรือมือ
  • อาการชาลามไปส่วนอื่นๆ ของร่างกาย หรือมีอาการทั้งสองข้างพร้อมกัน

หากมีอาการชาเรื้อรังนานเกิน 2 สัปดาห์ หรือมีอาการน่ากังวลตามที่กล่าวมา ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมครับ

แนวทางการดูแลด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยประยุกต์

ในการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการมือชา แพทย์แผนไทยประยุกต์จะมองถึงความเชื่อมโยงของทั้งร่างกาย โดยเน้นการปรับสมดุลโครงสร้างและเส้นลมปราณ เพื่อให้เลือดลมไหลเวียนได้สะดวก ลดการกดทับของเส้นประสาท

  • การนวดราชสำนัก: จะเน้นการนวดลงน้ำหนักที่จุดสัญญาณ (Acupressure points) บริเวณบ่า สะบัก แขน และข้อมือ เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเกร็ง ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุของการกดทับเส้นประสาท และช่วยเปิดทางการไหลเวียนของลมปราณ
  • การประคบสมุนไพร: ความร้อนและสรรพคุณของสมุนไพรในลูกประคบ เช่น ไพล ขมิ้น ตะไคร้ จะช่วยลดการอักเสบ คลายกล้ามเนื้อที่แข็งตึง และเพิ่มการไหลเวียนของเลือดมายังบริเวณที่มีอาการ
  • การปรับท่าทางและยืดเหยียด: แพทย์แผนไทยจะแนะนำท่าบริหารเพื่อยืดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ และข้อมือ รวมถึงการปรับสภาพแวดล้อมในการทำงาน เช่น ความสูงของโต๊ะและเก้าอี้ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำ

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

ปรึกษาแพทย์แผนไทยที่ระตินัยคลินิก

สำหรับชาวปทุมธานี (สามโคก / รังสิต) และพื้นที่ใกล้เคียง หากคุณมีอาการมือชา หรืออาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับออฟฟิศซินโดรม สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์แผนไทยประยุกต์ที่ระตินัยคลินิก เพื่อรับการตรวจประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ

บริการของเรา: นวดราชสำนัก, ประคบสมุนไพร, อบไอน้ำสมุนไพร โทร: 061-531-3052 | LINE: @ratinai.clinic | จองคิวออนไลน์

เมื่อไรควรพบแพทย์

ควรพบแพทย์เพื่อรับการประเมินเมื่อมีอาการชาเรื้อรังนานเกิน 2 สัปดาห์, มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงร่วมด้วย, หรือมีอาการปวดรุนแรงร้าวลงแขน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการดูแลที่เหมาะสม

สัญญาณเตือนต้องพบแพทย์

  • อาการชารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หรือเป็นตลอดเวลา
  • กล้ามเนื้อมืออ่อนแรง หยิบจับของลำบาก
  • อาการปวดร้าวจากคอลงมาที่แขนหรือมือ
  • อาการชากระจายไปหลายส่วนของร่างกาย

คำถามที่พบบ่อย

มือชาตอนกลางคืนเกิดจากอะไร?

อาการมือชาตอนกลางคืนมักเกี่ยวข้องกับภาวะ Carpal Tunnel Syndrome เนื่องจากเวลานอน เราอาจนอนในท่าที่งอข้อมือโดยไม่รู้ตัว ทำให้แรงดันในอุโมงค์ข้อมือสูงขึ้นและกดทับเส้นประสาทมากขึ้นครับ

ถ้าเป็น Carpal Tunnel Syndrome ต้องผ่าตัดเสมอไปไหม?

ไม่เสมอไปครับ ในระยะแรก การดูแลแบบไม่ผ่าตัด เช่น การปรับท่าทาง การใส่เฝือกประคองข้อมือ และการทำหัตถการทางการแพทย์แผนไทย เช่น การนวด ประคบ อาจช่วยให้อาการดีขึ้นได้ การผ่าตัดจะพิจารณาในกรณีที่มีอาการรุนแรง หรือดูแลด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล

ทำงานออฟฟิศต้องทำอย่างไรเพื่อป้องกันอาการมือชา?

ควรปรับโต๊ะและเก้าอี้ให้เหมาะสม ข้อศอกควรตั้งฉาก 90 องศาขณะพิมพ์งาน พักข้อมือและยืดเหยียดกล้ามเนื้อทุกๆ 1 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงการงอข้อมือค้างไว้นานๆ การดูแลท่าทางโดยรวมจะช่วยป้องกันได้ดีที่สุดครับ

การนวดแผนไทยทั่วไปกับนวดราชสำนักต่างกันอย่างไรในการดูแลอาการมือชา?

การนวดราชสำนักจะเน้นการใช้นิ้วมือกดลงบนจุดสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับเส้นประสาทและกล้ามเนื้อที่ก่อให้เกิดอาการโดยตรง เป็นการนวดที่ลงลึกและละเอียดอ่อนกว่า ขณะที่การนวดทั่วไปอาจเน้นการคลายเส้นและผ่อนคลายโดยรวม ซึ่งอาจไม่ตรงจุดเท่าสำหรับอาการที่เกิดจากการกดทับเส้นประสาทครับ

พร้อมจะดูแลตัวเองหรือยัง?

ปรึกษาแพทย์แผนไทยที่ได้รับใบอนุญาต ระตินัยคลินิก ปทุมธานี

สรุปสั้น & แชร์ต่อ

คัดลอกหรือส่งต่อให้คนที่บ้านได้ทันที

สรุปสั้น: มือชาขณะทำงาน เกิดจากอะไร? Carpal Tunnel & เส้นประสาทคอ | ระตินัยคลินิก ปทุมธานี

มือชาขณะทำงาน พบบ่อยจาก Carpal Tunnel Syndrome (เส้นประสาทมีเดียนถูกกดที่ข้อมือ) หรือเส้นประสาทคอถูกกดทับจากออฟฟิศซินโดรม ทดสอบด้วย Phalen's test เบื้องต้น หากชาตลอดเวลา อ่อนแรง หรือลามถึงต้นแขน ควรพบแพทย์ ระตินัยคลินิก ปทุมธานี ให้บริการนวดราชสำนักและประคบสมุนไพรเพื่อบรรเทาอาการ

มือชาตอนกลางคืนเกิดจากอะไร?

อาการมือชาตอนกลางคืนมักเกี่ยวข้องกับภาวะ Carpal Tunnel Syndrome เนื่องจากเวลานอน เราอาจนอนในท่าที่งอข้อมือโดยไม่รู้ตัว ทำให้แรงดันในอุโมงค์ข้อมือสูงขึ้นและกดทับเส้นประสาทมากขึ้นครับ

แชร์ให้ครอบครัว

มือชาขณะทำงาน พบบ่อยจาก Carpal Tunnel Syndrome (เส้นประสาทมีเดียนถูกกดที่ข้อมือ) หรือเส้นประสาทคอถูกกดทับจากออฟฟิศซินโดรม ทดสอบด้วย Phalen's test เบื้องต้น หากชาตลอดเวลา อ่อนแรง หรือลามถึงต้นแขน ควรพบแพทย์ ระตินัยคลินิก ปทุมธานี ให้บริการนวดราชสำนักและประคบสมุนไพรเพื่อบรรเทาอาการ อ่านฉบับเต็มจากระตินัยคลินิก ปทุมธานี

บทความที่เกี่ยวข้อง

ลำไส้แปรปรวน (IBS): อาการ ท้องอืด ปวดท้อง ดูแลด้วยแพทย์แผนไทย | ระตินัยคลินิก ปทุมธานี
ทั่วไป

ลำไส้แปรปรวน (IBS): อาการ ท้องอืด ปวดท้อง ดูแลด้วยแพทย์แผนไทย | ระตินัยคลินิก ปทุมธานี

กลุ่มอาการลำไส้แปรปรวน (IBS) ทำให้หลายคนทุกข์ทรมานจากอาการปวดท้อง ท้องผูกสลับท้องเสีย บทความนี้จะพาไปดูสาเหตุ อาการ และแนวทางการดูแลแบบองค์รวม

20 พ.ค. 2569 7 นาที
อ่านต่อ
เบาหวานทำไมฉี่บ่อย? กลไก สัญญาณเตือน วิธีดูแล | ระตินัยคลินิก ปทุมธานี
ทั่วไป

เบาหวานทำไมฉี่บ่อย? กลไก สัญญาณเตือน วิธีดูแล | ระตินัยคลินิก ปทุมธานี

อาการฉี่บ่อยในผู้ป่วยเบาหวานเป็นสัญญาณของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริง พร้อมแนวทางการดูแลตัวเองและเมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

20 พ.ค. 2569 6 นาที
อ่านต่อ
ปวดท้องเรื้อรัง เกิดจากอะไร? สาเหตุ สัญญาณอันตราย วิธีดูแล | ระตินัยคลินิก ปทุมธานี
ทั่วไป

ปวดท้องเรื้อรัง เกิดจากอะไร? สาเหตุ สัญญาณอันตราย วิธีดูแล | ระตินัยคลินิก ปทุมธานี

อาการปวดท้องเรื้อรังที่เป็นๆ หายๆ อาจเป็นสัญญาณของโรคในระบบทางเดินอาหารที่ควรได้รับการประเมินโดยละเอียด เช่น โรคกระเพาะอาหาร ลำไส้แปรปรวน และนิ่วในถุงน้ำดี

20 พ.ค. 2569 6 นาที
อ่านต่อ