ทั่วไป

คู่มือฉีดอินซูลินที่บ้าน: เทคนิค ตำแหน่งฉีด และข้อควรระวัง

4 นาทีอ่าน858 คำตรวจทานล่าสุด 20 มิถุนายน 2569
7 มิถุนายน 2569 12 นาที· ระตินัยคลินิก
คู่มือฉีดอินซูลินที่บ้าน: เทคนิค ตำแหน่งฉีด และข้อควรระวัง

การฉีดอินซูลินที่บ้านทำได้ง่ายด้วยปากกาอินซูลิน (Insulin Pen) ฉีดเข้าใต้ผิวหนังบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือสะโพก หมุนตำแหน่งทุกครั้งเพื่อป้องกัน Lipohypertrophy อินซูลินที่ใช้แล้วเก็บอุณหภูมิห้องได้ 28 วัน ส่วนขวดที่ยังไม่เปิดต้องเก็บใน

ประเด็นสำคัญ

  • ฉีดอินซูลินด้วยปากกาเข้าใต้ผิวหนัง บริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือสะโพก
  • ควรหมุนเวียนตำแหน่งฉีดทุกครั้ง เพื่อป้องกันไขมันสะสมและช่วยให้ยาดูดซึมได้ดี
  • อินซูลินที่เปิดใช้แล้วเก็บในอุณหภูมิห้องได้ 28 วัน ส่วนขวดใหม่ต้องแช่ตู้เย็น
  • หากมีอาการน้ำตาลต่ำ เช่น ใจสั่น เหงื่อแตก ให้รีบรับประทานคาร์โบไฮเดรต 15 กรัม
สารบัญ
  1. คำตอบสั้น ๆ
  2. ประเภทของอินซูลิน
  3. อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
  4. วิธีฉีดอินซูลินทีละขั้น
  5. ตำแหน่งฉีดและการหมุนตำแหน่ง
  6. การเก็บรักษาอินซูลิน
  7. จัดการน้ำตาลต่ำขณะใช้อินซูลิน
  8. การปรับขนาดอินซูลิน
  9. การเดินทางและสถานการณ์พิเศษ
  10. การควบคุมระดับน้ำตาลช่วยลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนอย่างไร
  11. มุมมองการแพทย์แผนไทยประยุกต์
  12. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
  13. ข้อจำกัดและคำเตือนทางการแพทย์
  14. ประเด็นสำคัญ
  15. Speakable Summary
  16. คำถามที่เกี่ยวข้อง
  17. คำถามที่พบบ่อย
  18. ฉีดอินซูลินเจ็บไหม
  19. ลืมฉีดอินซูลิน 1 มื้อ ทำอย่างไร
  20. ปากกาอินซูลินใช้กี่วัน
  21. อินซูลินแช่แข็งใช้ได้ไหม
  22. ฉีดอินซูลินทำให้อ้วนไหม
  23. ฉีดอินซูลินที่ตำแหน่งเดิมได้ไหม
  24. ใช้เข็มซ้ำได้ไหม
  25. ฉีดผ่านเสื้อผ้าได้ไหม
  26. อินซูลินทำให้น้ำตาลต่ำต้องทำอย่างไร
  27. ฉีดอินซูลินแล้วต้องกินทันทีไหม
  28. ขนาดเข็มอินซูลินที่ดีที่สุด
  29. อินซูลินขุ่นกับใส ต่างกันอย่างไร
  30. ฉีดอินซูลินตอนตั้งครรภ์ปลอดภัยไหม
  31. ฉีดอินซูลินช่วงป่วยต้องทำอย่างไร
  32. เปลี่ยนยี่ห้ออินซูลินได้ไหม
  33. ฉีดอินซูลินแล้วน้ำตาลยังสูง
  34. แหล่งข้อมูลและบทความที่เกี่ยวข้อง
  35. ถ้ามีอาการคล้ายกัน ลองดูบทความเหล่านี้
  36. บทความที่เกี่ยวข้อง
  37. เช็กอาการเบาหวานทั้งหมด
  38. ดูข้อมูลโรคเบาหวานเพิ่มเติม
  39. ต้องการประเมินอาการเพิ่มเติม

คำตอบสั้น ๆ

การฉีดอินซูลินที่บ้านทำได้ง่ายด้วยปากกาอินซูลิน (Insulin Pen) ฉีดเข้าใต้ผิวหนังบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือสะโพก หมุนตำแหน่งทุกครั้งเพื่อป้องกัน Lipohypertrophy อินซูลินที่ใช้แล้วเก็บอุณหภูมิห้องได้ 28 วัน ส่วนขวดที่ยังไม่เปิดต้องเก็บในตู้เย็น 2-8°C

การฉีดอินซูลินด้วยตนเองที่บ้านเป็นทักษะสำคัญสำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องใช้อินซูลิน คู่มือนี้จะอธิบายตั้งแต่ประเภทอินซูลิน วิธีฉีดที่ถูกต้อง ตำแหน่งฉีด การเก็บรักษา และวิธีรับมือกับน้ำตาลต่ำ

ประเภทของอินซูลิน

อินซูลินแบ่งตามระยะเวลาออกฤทธิ์ได้ 4 ประเภทหลัก (1) Rapid-acting (Lispro, Aspart, Glulisine) ออกฤทธิ์ใน 10-15 นาที สูงสุด 1-2 ชั่วโมง อยู่ได้ 3-5 ชั่วโมง ใช้ก่อนอาหาร (2) Short-acting หรือ Regular ออกฤทธิ์ใน 30 นาที สูงสุด 2-4 ชั่วโมง อยู่ได้ 6-8 ชั่วโมง (3) Intermediate-acting (NPH) ออกฤทธิ์ใน 1-2 ชั่วโมง สูงสุด 4-12 ชั่วโมง อยู่ได้ 12-18 ชั่วโมง (4) Long-acting (Glargine, Detemir, Degludec) ออกฤทธิ์ราบเรียบ 24 ชั่วโมงขึ้นไป ใช้เป็น Basal Insulin

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

อุปกรณ์พื้นฐานได้แก่ (1) ปากกาอินซูลิน (Insulin Pen) หรือไซรินจ์ (2) เข็มปากกาขนาด 4-6 มม. (3) สำลีและแอลกอฮอล์ (4) กล่องทิ้งเข็ม (Sharps container) (5) เครื่องวัดน้ำตาลปลายนิ้ว ปากกาอินซูลินสะดวกและแม่นยำกว่าไซรินจ์ แนะนำเปลี่ยนเข็มใหม่ทุกครั้งที่ฉีดเพื่อป้องกันการติดเชื้อและความเจ็บ

วิธีฉีดอินซูลินทีละขั้น

ขั้นที่ 1: ล้างมือให้สะอาด ขั้นที่ 2: หากเป็นอินซูลินขุ่น (NPH) ให้กลิ้งระหว่างฝ่ามือ 10 ครั้ง ขั้นที่ 3: ติดเข็มใหม่ ไล่อากาศ 1-2 หน่วย ขั้นที่ 4: หมุนปุ่มเลือกขนาดที่แพทย์สั่ง ขั้นที่ 5: ทำความสะอาดผิวด้วยแอลกอฮอล์ รอให้แห้ง ขั้นที่ 6: จับเนื้อขึ้นเล็กน้อย ปักเข็มตั้งฉาก 90 องศา (เข็ม 4-6 มม. ไม่ต้องบีบเนื้อก็ได้) ขั้นที่ 7: กดสูบจนสุด นับ 10 วินาที ค้างไว้ก่อนถอนเข็ม ขั้นที่ 8: ทิ้งเข็มในกล่องนิรภัย

ตำแหน่งฉีดและการหมุนตำแหน่ง

ตำแหน่งที่แนะนำ 4 จุด ได้แก่ (1) หน้าท้องรอบสะดือ (ห่างสะดือ 2 นิ้ว) ดูดซึมเร็วที่สุด (2) ต้นแขนด้านนอก (3) ต้นขาด้านหน้า-ข้าง (4) สะโพกบน ควรหมุนตำแหน่งฉีดทุกครั้ง โดยขยับห่างกันอย่างน้อย 1 นิ้ว เพื่อป้องกัน Lipohypertrophy (ก้อนไขมันใต้ผิว) ซึ่งทำให้การดูดซึมอินซูลินไม่สม่ำเสมอ

การเก็บรักษาอินซูลิน

อินซูลินที่ยังไม่เปิดใช้ต้องเก็บในตู้เย็น 2-8°C (ห้ามแช่แข็ง) ใช้ได้จนถึงวันหมดอายุ อินซูลินที่เปิดใช้แล้ว (ทั้งขวดและปากกา) เก็บอุณหภูมิห้องไม่เกิน 25-30°C ได้นาน 28 วัน ห้ามวางในที่ร้อนจัด เช่น ในรถยนต์ หรือใต้แสงแดด เมื่อเดินทางควรใช้กระเป๋าเก็บความเย็น

จัดการน้ำตาลต่ำขณะใช้อินซูลิน

Hypoglycemia (น้ำตาล < 70 mg/dL) เป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุด อาการคือ ใจสั่น เหงื่อแตก หิวมาก มือสั่น มึนงง การรักษาคือกฎ 15-15 คือกินคาร์โบไฮเดรต 15 กรัม (น้ำหวาน 1/2 แก้ว ลูกอม 3-4 เม็ด กลูโคสเม็ด 4 เม็ด) รอ 15 นาที วัดน้ำตาลซ้ำ หากยังต่ำให้กินเพิ่ม พกน้ำตาลติดตัวเสมอ ครอบครัวควรรู้จักวิธีฉีด Glucagon ในกรณีหมดสติ ดูเพิ่มเติมที่ diabetes treatment overview

การปรับขนาดอินซูลิน

การปรับขนาดควรทำโดยแพทย์ตามค่าน้ำตาลที่บันทึก เป้าหมาย FPG 80-130 mg/dL และ PPG < 180 mg/dL หากน้ำตาลก่อนอาหารเช้าสูงเรื้อรัง อาจต้องเพิ่ม Basal Insulin 2 หน่วยทุก 3 วัน หากเกิด Hypoglycemia บ่อยให้ลดลง 10-20% ห้ามปรับเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

การเดินทางและสถานการณ์พิเศษ

เมื่อเดินทางควรพกอินซูลินติดตัว (ไม่ใส่กระเป๋าโหลด) พกใบสั่งยาและ Glucose Tablet ระวังการปรับโซนเวลา ผู้ที่ฉีดอินซูลินควรแจ้งสายการบินล่วงหน้า

การควบคุมระดับน้ำตาลช่วยลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนอย่างไร

เป้าหมายหลักของการรักษาเบาหวานคือการรักษาระดับน้ำตาลให้คงที่ โดยใช้ตัวชี้วัดสองตัวคือ HbA1c (เฉลี่ย 3 เดือน, เป้าหมายส่วนใหญ่ < 7%) และ FPG (น้ำตาลก่อนอาหารเช้า, เป้าหมาย 80–130 mg/dL) เมื่อค่าทั้งสองอยู่ในเกณฑ์ ความเสี่ยงของ Diabetic Retinopathy, Diabetic Nephropathy และ Diabetic Neuropathy จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญตามการศึกษา DCCT/UKPDS ขณะเดียวกันการคุมความดันและไขมัน LDL ช่วยลดความเสี่ยง Cardiovascular Disease และ Stroke ได้เพิ่มเติม ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 บางรายที่ลดน้ำหนัก 10–15% ภายในระยะแรกของโรค อาจเข้าสู่ภาวะ Diabetes Remission (HbA1c < 6.5% โดยไม่ต้องใช้ยา) ซึ่งลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนระยะยาวลงอีก

ดูภาวะแทรกซ้อนแต่ละกลุ่มที่การรักษาช่วยป้องกันได้:

  • เบาหวานขึ้นจอประสาทตา (Diabetic Retinopathy) — สัญญาณเตือนทางสายตาและการตรวจคัดกรองประจำปี
  • โรคไตจากเบาหวาน (Diabetic Nephropathy) — ติดตาม eGFR และ UACR เพื่อชะลอการเสื่อมของไต
  • ปลายประสาทอักเสบจากเบาหวาน (Diabetic Neuropathy) — อาการชา ปวดแสบ และการดูแล
  • แผลเบาหวานที่เท้า (Diabetic Foot Ulcer) — ป้องกันการตัดขาด้วยการตรวจเท้าสม่ำเสมอ
  • โรคหัวใจและหลอดเลือดจากเบาหวาน (Cardiovascular Disease) — ลดความเสี่ยง MACE ด้วยการคุม LDL และความดัน
  • ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) — สัญญาณ FAST และการป้องกัน

มุมมองการแพทย์แผนไทยประยุกต์

ผู้ใช้อินซูลินไม่ควรปรับขนาดหรือหยุดยาจากการใช้สมุนไพรเอง การแพทย์แผนไทยประยุกต์อาจช่วยด้านการพักผ่อน-ความเครียด ซึ่งส่งผลต่อระดับน้ำตาล แต่ต้องอยู่ภายใต้การติดตามของแพทย์อย่างใกล้ชิด

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

  1. [Cochrane] Ooi CP, Yassin Z, Hamid TA (2012). Momordica charantia for type 2 diabetes mellitus. Cochrane Database of Systematic Reviews, (8):CD007845. PMID: 22895968. ลิงก์
  2. [Cochrane] Leach MJ, Kumar S (2012). Cinnamon for diabetes mellitus. Cochrane Database of Systematic Reviews, (9):CD007170. PMID: 22972104. ลิงก์
  3. [PubMed] Allen RW, Schwartzman E, Baker WL, Coleman CI, Phung OJ (2013). Cinnamon use in type 2 diabetes: an updated systematic review and meta-analysis. Annals of Family Medicine, 11(5):452–459. PMID: 24019277. ลิงก์
  4. [PubMed] Chuengsamarn S, Rattanamongkolgul S, Luechapudiporn R, Phisalaphong C, Jirawatnotai S (2012). Curcumin extract for prevention of type 2 diabetes. Diabetes Care, 35(11):2121–2127. PMID: 22773702. ลิงก์
  5. [PubMed] Suksomboon N, Poolsup N, Boonkaew S, Suthisisang CC (2011). Meta-analysis of the effect of herbal supplement on glycemic control in type 2 diabetes. Journal of Ethnopharmacology, 137(3):1328–1333. PMID: 21843614. ลิงก์

ข้อจำกัดและคำเตือนทางการแพทย์

  • การแพทย์แผนไทยประยุกต์ใช้เพื่อการดูแลสุขภาพร่วมกับการรักษาแผนปัจจุบัน ไม่ใช่การทดแทนการรักษาหลัก
  • ไม่มีสมุนไพรหรือศาสตร์ใดที่พิสูจน์ได้ว่ารักษาเบาหวานหรือภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานให้หายขาด
  • ห้ามหยุดหรือลดขนาดยาเบาหวาน/อินซูลิน/ยาความดัน/ยาไขมัน ด้วยตัวเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์ผู้รักษา
  • หากใช้สมุนไพรไทยร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ควรแจ้งแพทย์และเภสัชกรเพื่อเฝ้าระวังปฏิกิริยาระหว่างยาและภาวะน้ำตาลต่ำ
  • ข้อมูลในส่วนนี้เป็นการรวบรวมหลักฐานเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์รายบุคคล

ประเด็นสำคัญ

  • คุม HbA1c ให้ใกล้ < 7% และ FPG 80–130 mg/dL ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังได้ชัดเจน
  • Hyperglycemia เรื้อรังคือกลไกหลักที่ทำลายหลอดเลือดเล็กในตา ไต และปลายประสาท
  • ตรวจคัดกรอง Diabetic Retinopathy, Diabetic Nephropathy และเท้าอย่างน้อยปีละครั้ง
  • คุมความดันและ LDL ลดความเสี่ยง Cardiovascular Disease และ Stroke
  • เบาหวานชนิดที่ 2 บางรายเข้าสู่ Diabetes Remission ได้หากลดน้ำหนัก 10–15% ในช่วงต้น
  • การกินอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนหรือ DASH ช่วยทั้งคุมน้ำตาลและลดเหตุการณ์หัวใจ
  • การดูแลร่วมระหว่างแพทย์ พยาบาล นักโภชนาการ และผู้ป่วยให้ผลดีที่สุด

Speakable Summary

คำถามที่เกี่ยวข้อง

  • ตรวจคัดกรอง Diabetic Retinopathy ควรเริ่มเมื่อไรและบ่อยแค่ไหน?
  • ค่า eGFR และ UACR เท่าไรจึงเรียกว่า Diabetic Nephropathy ระยะเริ่มต้น?
  • อาการชาปลายเท้าจาก Diabetic Neuropathy ต่างจากเส้นประสาทถูกกดทับอย่างไร?
  • ผู้ป่วยเบาหวานควรประเมินความเสี่ยง Cardiovascular Disease และ Stroke ด้วยเครื่องมือใด?
  • การลดน้ำหนักเพื่อหวัง Diabetes Remission ต้องลดเท่าไรและภายในกี่ปี?

คำถามที่พบบ่อย

ฉีดอินซูลินเจ็บไหม

เข็มยุคใหม่บางมาก 4-6 มม. แทบไม่รู้สึก เคล็ดลับคือใช้เข็มใหม่ทุกครั้ง รอให้แอลกอฮอล์แห้งก่อนปัก และไม่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ

ลืมฉีดอินซูลิน 1 มื้อ ทำอย่างไร

หากเป็น Rapid-acting และเพิ่งกินอาหารไม่เกิน 1 ชม. ฉีดได้ทันที หากนานกว่านั้นข้ามมื้อนั้นและวัดน้ำตาลก่อนมื้อถัดไป สำหรับ Long-acting หากลืมไม่เกิน 12 ชม. ฉีดทันที

ปากกาอินซูลินใช้กี่วัน

ปากกาที่เปิดใช้แล้วอยู่ได้ 28 วันที่อุณหภูมิห้อง (ไม่เกิน 25-30°C) ดูวันที่เริ่มใช้ที่กล่องเสมอ

อินซูลินแช่แข็งใช้ได้ไหม

ห้ามใช้เด็ดขาด อินซูลินที่แช่แข็งจะเสื่อมประสิทธิภาพ ให้ทิ้งและเปิดขวดใหม่

ฉีดอินซูลินทำให้อ้วนไหม

อาจทำให้น้ำหนักขึ้น 2-4 กก. ในช่วงแรกเพราะร่างกายเก็บน้ำตาลได้ดีขึ้น แก้ไขด้วยการคุมอาหารและออกกำลังกาย

ฉีดอินซูลินที่ตำแหน่งเดิมได้ไหม

ไม่ควร เพราะจะเกิด Lipohypertrophy (ก้อนไขมัน) ทำให้การดูดซึมผิดปกติ ควรหมุนตำแหน่งทุกครั้ง

ใช้เข็มซ้ำได้ไหม

ไม่แนะนำ เพราะปลายเข็มจะทื่อ ทำให้เจ็บและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และ Lipohypertrophy

ฉีดผ่านเสื้อผ้าได้ไหม

ไม่แนะนำ เพราะอาจดันเข็มไม่สุด เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ และเจ็บมากกว่า

อินซูลินทำให้น้ำตาลต่ำต้องทำอย่างไร

ใช้กฎ 15-15 กินน้ำตาล 15 กรัม รอ 15 นาที วัดซ้ำ พกลูกอมหรือกลูโคสเม็ดติดตัวเสมอ

ฉีดอินซูลินแล้วต้องกินทันทีไหม

Rapid-acting (Lispro, Aspart) ฉีดก่อนกิน 10-15 นาที, Short-acting (Regular) ก่อนกิน 30 นาที, Long-acting ฉีดเวลาเดียวกันทุกวันไม่ขึ้นกับมื้ออาหาร

ขนาดเข็มอินซูลินที่ดีที่สุด

เข็ม 4 มม. เหมาะกับทุกคนรวมถึงเด็กและคนผอม ไม่ต้องบีบเนื้อ ใช้ตั้งฉาก 90 องศา ลดความเสี่ยงฉีดเข้ากล้าม

อินซูลินขุ่นกับใส ต่างกันอย่างไร

อินซูลินใส (Glargine, Aspart, Regular) ฉีดได้เลย ส่วนอินซูลินขุ่น (NPH, Premix) ต้องกลิ้งระหว่างฝ่ามือ 10 ครั้งก่อนฉีด

ฉีดอินซูลินตอนตั้งครรภ์ปลอดภัยไหม

ปลอดภัย เป็นยาเบาหวานหลักที่ใช้ในหญิงตั้งครรภ์ เพราะไม่ผ่านรก

ฉีดอินซูลินช่วงป่วยต้องทำอย่างไร

ห้ามหยุดอินซูลินเด็ดขาด ช่วงป่วยน้ำตาลอาจสูงขึ้น ควรวัดน้ำตาลทุก 2-4 ชั่วโมง ดื่มน้ำเยอะ ๆ และปรึกษาแพทย์หากกินไม่ได้

เปลี่ยนยี่ห้ออินซูลินได้ไหม

ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะระยะเวลาออกฤทธิ์อาจต่างกัน อาจต้องปรับขนาด

ฉีดอินซูลินแล้วน้ำตาลยังสูง

อาจเกิดจาก (1) อาหารคาร์โบไฮเดรตมากเกิน (2) ขนาดอินซูลินไม่พอ (3) การฉีดผิดตำแหน่ง (4) อินซูลินเสื่อม (5) ป่วยหรือเครียด ควรปรึกษาแพทย์ ดู ภาวะแทรกซ้อน

แหล่งข้อมูลและบทความที่เกี่ยวข้อง

ถ้ามีอาการคล้ายกัน ลองดูบทความเหล่านี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

เช็กอาการเบาหวานทั้งหมด

  • อาการเบาหวาน

ดูข้อมูลโรคเบาหวานเพิ่มเติม

ต้องการประเมินอาการเพิ่มเติม

สรุปสั้น
  • ฉีดอินซูลินด้วยปากกาเข้าใต้ผิวหนัง บริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือสะโพก
  • ควรหมุนเวียนตำแหน่งฉีดทุกครั้ง เพื่อป้องกันไขมันสะสมและช่วยให้ยาดูดซึมได้ดี
  • อินซูลินที่เปิดใช้แล้วเก็บในอุณหภูมิห้องได้ 28 วัน ส่วนขวดใหม่ต้องแช่ตู้เย็น
บทความแนะนำ

พร้อมจะดูแลตัวเองหรือยัง?

ปรึกษาแพทย์แผนไทยที่ได้รับใบอนุญาต ระตินัยคลินิก ปทุมธานี

ข้อมูลนี้ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ

ผู้เขียน
ระตินัยคลินิก
อัปเดตล่าสุด
เผยแพร่:
ตรวจทาน:
แหล่งอ้างอิง

บทความนี้อ้างอิงข้อมูลจาก

  • NIH (สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ)

ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพ ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ได้

สรุปสั้น & แชร์ต่อ

คัดลอกหรือส่งต่อให้คนที่บ้านได้ทันที

สรุปสั้น: คู่มือฉีดอินซูลินที่บ้าน: เทคนิค ตำแหน่งฉีด และข้อควรระวัง

การฉีดอินซูลินที่บ้านทำได้ง่ายด้วยปากกาอินซูลิน (Insulin Pen) ฉีดเข้าใต้ผิวหนังบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือสะโพก หมุนตำแหน่งทุกครั้งเพื่อป้องกัน Lipohypertrophy อินซูลินที่ใช้แล้วเก็บอุณหภูมิห้องได้ 28 วัน ส่วนขวดที่ยังไม่เปิดต้องเก็บในตู้เย็น 2-8°C

ฉีดอินซูลินเจ็บไหม

เข็มยุคใหม่บางมาก 4-6 มม. แทบไม่รู้สึก เคล็ดลับคือใช้เข็มใหม่ทุกครั้ง รอให้แอลกอฮอล์แห้งก่อนปัก และไม่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ

แชร์ให้ครอบครัว

การฉีดอินซูลินที่บ้านทำได้ง่ายด้วยปากกาอินซูลิน (Insulin Pen) ฉีดเข้าใต้ผิวหนังบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือสะโพก หมุนตำแหน่งทุกครั้งเพื่อป้องกัน Lipohypertrophy อินซูลินที่ใช้แล้วเก็บอุณหภูมิห้องได้ 28 วัน ส่วนขวดที่ยังไม่เปิดต้องเก็บในตู้เย็น 2-8°C อ่านฉบับเต็มจากระตินัยคลินิก ปทุมธานี

บทความที่เกี่ยวข้อง

สมุนไพรรักษาเบาหวาน: หลักฐานวิทยาศาสตร์และข้อควรระวัง
ทั่วไป

สมุนไพรรักษาเบาหวาน: หลักฐานวิทยาศาสตร์และข้อควรระวัง

สมุนไพรไทยที่มีงานวิจัยช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้แก่ มะระขี้นก อบเชย กระชายดำ ขมิ้นชัน และฟ้าทะลายโจร แต่ผลลด HbA1c ไม่เกิน 0.3-0.5% และต้องใช้ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ห้ามหยุดยาเองเพราะเสี่ยงน้ำตาลสูงเฉียบพลันและภาวะแทรกซ้อน

7 มิ.ย. 2569 12 นาที
อ่านต่อ
ยา Metformin คืออะไร: วิธีกิน ผลข้างเคียง และข้อควรระวัง
ทั่วไป

ยา Metformin คืออะไร: วิธีกิน ผลข้างเคียง และข้อควรระวัง

Metformin เป็นยาตัวแรกที่แพทย์เลือกใช้ในเบาหวานชนิดที่ 2 เพราะปลอดภัย ไม่ทำให้น้ำตาลต่ำเมื่อใช้เดี่ยว และช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ขนาดเริ่มต้น 500 mg วันละ 1-2 ครั้งหลังอาหาร ค่อย ๆ เพิ่มสูงสุด 2,000 mg/วัน ลด HbA1c ได้ 1-2%

7 มิ.ย. 2569 12 นาที
อ่านต่อ
เบาหวานหายขาดได้ไหม: ความจริงเรื่อง Diabetes Remission
ทั่วไป

เบาหวานหายขาดได้ไหม: ความจริงเรื่อง Diabetes Remission

เบาหวานชนิดที่ 2 สามารถเข้าสู่ระยะสงบ (Diabetes Remission) ได้ในผู้ที่เพิ่งเป็นไม่เกิน 5 ปี โดยลดน้ำหนัก 10-15% ปรับอาหาร และออกกำลังกาย เกณฑ์คือ HbA1c < 6.5% โดยไม่ใช้ยานานกว่า 3 เดือน อย่างไรก็ตามไม่ใช่ "หายขาด" ต้องตรวจติดตามต่อเนื่องเพร

7 มิ.ย. 2569 12 นาที
อ่านต่อ
เครื่องวัดน้ำตาลที่บ้าน: เลือก ใช้ และอ่านผลให้ถูกวิธี
ทั่วไป

เครื่องวัดน้ำตาลที่บ้าน: เลือก ใช้ และอ่านผลให้ถูกวิธี

เครื่องวัดน้ำตาลที่บ้าน (SMBG: Self-Monitoring of Blood Glucose) ช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานเห็นผลของอาหารและยาทันที ผู้ใช้อินซูลินควรวัด 2-4 ครั้ง/วัน ผู้ใช้ยากินวัด 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ เลือกเครื่องที่อ่านง่าย แถบทดสอบหาง่าย รับประกัน อย. และเทียบ

7 มิ.ย. 2569 12 นาที
อ่านต่อ
เช็กลิสต์พบหมอเบาหวาน: เตรียมตัวอย่างไรให้คุ้มที่สุด
ทั่วไป

เช็กลิสต์พบหมอเบาหวาน: เตรียมตัวอย่างไรให้คุ้มที่สุด

การพบหมอเบาหวานควรนำผลตรวจ HbA1c, บันทึกน้ำตาล 1-3 เดือน, รายการยาที่ใช้, บัตรประชาชนและบัตรนัด ผู้ป่วยที่คุมได้ดีพบแพทย์ทุก 6 เดือน หากคุมไม่ได้ทุก 3 เดือน เตรียมคำถามไว้ล่วงหน้าเพื่อใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด

7 มิ.ย. 2569 12 นาที
อ่านต่อ
รายชื่อยาเบาหวานทุกกลุ่ม: ข้อดี ข้อเสีย และการเลือกใช้
ทั่วไป

รายชื่อยาเบาหวานทุกกลุ่ม: ข้อดี ข้อเสีย และการเลือกใช้

ยาเบาหวานชนิดที่ 2 แบ่งเป็น 7 กลุ่มหลัก ได้แก่ Metformin, SGLT2 inhibitors, GLP-1 receptor agonists, DPP-4 inhibitors, Sulfonylureas, Thiazolidinediones (TZD) และ Insulin แพทย์เลือกตามค่า HbA1c โรคร่วม น้ำหนัก และความเสี่ยงโรคหัวใจ Metformi

7 มิ.ย. 2569 12 นาที
อ่านต่อ