ภาวะแทรกซ้อนเบาหวาน: ตา ไต เท้า หัวใจ และเส้นประสาท
อ่านหน้าหลักของหัวข้อนี้: โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus)
ประเด็นสำคัญ
- ภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังของเบาหวานแบ่งเป็น 2 กลุ่ม: หลอดเลือดเล็ก (ตา ไต เส้นประสาท) และหลอดเลือดใหญ่ (หัวใจ สมอง เท้า)
- ภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันที่ต้องรีบรักษา ได้แก่ DKA, HHS และน้ำตาลต่ำรุนแรง (Severe Hypoglycemia)
- ตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนทุก 6–12 เดือน แม้ยังไม่มีอาการ เพื่อจับโรคในระยะที่ย้อนกลับได้
- การควบคุม HbA1c, ความดัน, ไขมัน และเลิกบุหรี่ ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนได้ 30–60%
- แผลเบาหวานที่เท้าและเบาหวานขึ้นตาเป็นสาเหตุอันดับต้นของการถูกตัดขาและตาบอดในประเทศไทย
ภาพรวมภาวะแทรกซ้อนของเบาหวาน
เบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ทำลายอวัยวะหลายระบบหากควบคุมไม่ดี ภาวะแทรกซ้อนแบ่งเป็น 2 ระยะหลัก คือภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน (เกิดเร็วใน ชั่วโมงถึงวัน เช่น DKA, HHS, น้ำตาลต่ำ) และภาวะแทรกซ้อนเรื้อรัง ที่ค่อย ๆ พัฒนาในระยะ 5–20 ปี ซึ่งแบ่งย่อยตามขนาดหลอดเลือดที่ถูกทำลายเป็น Microvascular (ตา ไต เส้นประสาท) และ Macrovascular (หัวใจ สมอง เท้า)
| ระบบ | ภาวะแทรกซ้อน | การตรวจคัดกรอง | ความถี่ |
|---|---|---|---|
| ตา | Diabetic Retinopathy | Dilated Eye Exam | ทุก 1 ปี |
| ไต | Diabetic Nephropathy | Urine ACR + eGFR | ทุก 1 ปี |
| เส้นประสาท | Peripheral / Autonomic Neuropathy | Monofilament 10g, Tuning fork | ทุก 1 ปี |
| เท้า | Foot Ulcer, Charcot foot | ตรวจเท้า ชีพจร | ทุกครั้งที่พบแพทย์ |
| หัวใจ/หลอดเลือด | CAD, Stroke, PAD | Lipid, BP, ECG | ทุก 1 ปี |
| ฟัน/เหงือก | Periodontitis | ตรวจฟัน | ทุก 6 เดือน |
เบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy)
เกิดจากน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังทำลายหลอดเลือดฝอยในจอประสาทตา แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ NPDR (Non-Proliferative)ระยะแรกที่มี Microaneurysm, Dot/Blot Hemorrhage และPDR (Proliferative) ระยะลุกลามที่มีหลอดเลือดงอกใหม่ ซึ่งแตกง่ายและเป็นสาเหตุของการตาบอด
อาการเตือน: ตาพร่ามัวที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เห็นจุดดำลอย (Floaters) เห็นแสงแฟลช หรือมองภาพบิดเบี้ยว ควรตรวจขยายม่านตา (Dilated Fundus Exam) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง อ่านเพิ่ม เบาหวานขึ้นตาระยะแรก และ อาการเบาหวานขึ้นตา • การรักษาเบาหวานขึ้นตา
โรคไตจากเบาหวาน (Diabetic Nephropathy)
น้ำตาลในเลือดสูงและความดันโลหิตสูงทำลายไตอย่างช้า ๆ เริ่มจากภาวะMicroalbuminuria (Urine ACR 30–300 mg/g) ไปจนถึง Macroalbuminuria และ eGFR ลดลงเข้าสู่ระยะไตเสื่อม ผู้ป่วยจำนวนมากในไทยลงเอยด้วยการฟอกไต
การตรวจคัดกรอง: Urine Albumin-to-Creatinine Ratio (UACR) และ Serum Creatinine คำนวณ eGFR ทุก 1 ปี การใช้ยา ACEi/ARB ช่วยชะลอโรคไต อ่านเพิ่ม อาการไตเสื่อมจากเบาหวาน
ปลายประสาทอักเสบจากเบาหวาน (Diabetic Neuropathy)
แบ่งเป็น Peripheral Neuropathy (ชา ปวด ปลายเท้า/มือ) และ Autonomic Neuropathy (กระเพาะอาหารเคลื่อนช้า ท้องผูก/ท้องเสีย ปัสสาวะคั่ง หย่อนสมรรถภาพทางเพศ เวียนหัวเมื่อยืน) การตรวจคัดกรองใช้ Monofilament 10 กรัม และส้อมเสียง 128 Hz
อ่านต่อ เส้นประสาทเสื่อมจากเบาหวาน และ อาการเบาหวานลงขา
เท้าเบาหวานและแผลเรื้อรัง (Diabetic Foot)
เกิดจากการรวมกันของปลายประสาทเสื่อม (Loss of Protective Sensation) หลอดเลือดส่วนปลายตีบ (PAD) และภูมิคุ้มกันลดลง แผลเล็ก ๆ อาจกลายเป็นแผลลึก ติดเชื้อ และนำไปสู่การ ตัดเท้า (Amputation)ความเสี่ยงตัดขาในผู้ป่วยเบาหวานสูงกว่าคนทั่วไป 10–20 เท่า
| Wagner Grade | ลักษณะแผล | แนวทาง |
|---|---|---|
| 0 | ผิวเสี่ยง ยังไม่มีแผล | ตรวจเท้า + รองเท้าเฉพาะ |
| 1 | แผลตื้นที่ผิวหนัง | ทำแผล + Off-loading |
| 2 | แผลลึกถึงเอ็น/กระดูก | ปรึกษาศัลย์ + ATB |
| 3 | ฝีลึก/กระดูกอักเสบ | ผ่าตัด/ระบายหนอง |
| 4–5 | เนื้อตายเฉพาะที่/ทั่วเท้า | พิจารณาตัดเท้า |
อ่านต่อ คู่มือดูแลเท้าเบาหวาน • ทำไมคนเป็นเบาหวานถึงเป็นแผลที่เท้าง่าย • แผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวาน • สัญญาณเตือนแผลเบาหวาน • การดูแลแผลเบาหวาน
โรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยเบาหวาน
โรคหัวใจขาดเลือด (CAD) สมองขาดเลือด (Stroke) และโรคหลอดเลือดส่วนปลาย (PAD) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ในผู้ป่วยเบาหวาน ควรควบคุมเป้าหมาย BP < 130/80, LDL < 100 (เสี่ยงสูง < 70), HbA1c < 7%และพิจารณายา Statin ตามแนวทางสมาคมเบาหวานแห่งประเทศไทย
อ่านต่อ เบาหวานกับโรคหัวใจ
ภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน: DKA, HHS, Hypoglycemia
DKA และ HHS เป็นภาวะฉุกเฉินจากน้ำตาลในเลือดสูงรุนแรง ส่วนน้ำตาลต่ำ (Hypoglycemia) เกิดจากยา/อินซูลินเกินขนาดหรือพลาดมื้ออาหาร ทั้งสามเป็นเหตุให้เข้าโรงพยาบาลบ่อยที่สุด
| ภาวะ | น้ำตาลในเลือด | อาการเด่น | การจัดการ |
|---|---|---|---|
| DKA | มักเกิน 250 mg/dL | หายใจเร็ว ลึก กลิ่นผลไม้ ปวดท้อง | รพ. + IV insulin + น้ำเกลือ |
| HHS | มักเกิน 600 mg/dL | ขาดน้ำรุนแรง ซึม สับสน | รพ. + น้ำเกลือมาก + อินซูลิน |
| Hypoglycemia | < 70 mg/dL | เหงื่อแตก ใจสั่น ชัก หมดสติ | กฎ 15/15 / Glucagon / รพ. |
การคัดกรองและตรวจติดตามภาวะแทรกซ้อน
การตรวจคัดกรองช่วยจับโรคในระยะที่ย้อนกลับได้ ดูแนวทางเริ่มต้นจากบทความ เช็คลิสต์ตรวจประจำปีของผู้ป่วยเบาหวาน และอ่านวิธีตรวจคัดกรองที่หน้าหลัก การตรวจเบาหวาน: HbA1c FPG และการคัดกรองเบาหวาน
วิธีป้องกันภาวะแทรกซ้อนของเบาหวาน
- คุม HbA1c < 7% (หรือเป้าหมายเฉพาะบุคคล)
- คุมความดัน < 130/80 mmHg
- คุม LDL < 100 (เสี่ยงสูง < 70 mg/dL)
- เลิกบุหรี่และจำกัดแอลกอฮอล์
- ออกกำลังกายแบบแอโรบิก 150 นาที/สัปดาห์ + ต้านแรง 2 วัน/สัปดาห์
- ตรวจเท้าทุกวัน ตัดเล็บอย่างถูกวิธี ใส่รองเท้าเฉพาะ
- ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละครั้ง และวัคซีนปอดอักเสบตามอายุ
หากเริ่มสงสัยอาการเบาหวาน ตรวจสอบสัญญาณเตือนได้ที่ อาการเบาหวาน: สัญญาณเตือนระยะแรก
คำถามที่พบบ่อย
›ภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานมีอะไรบ้าง
แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ ภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน (DKA, HHS, น้ำตาลต่ำรุนแรง) และภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังจากหลอดเลือดเล็ก (เบาหวานขึ้นตา ไตจากเบาหวาน ปลายประสาทอักเสบ) และหลอดเลือดใหญ่ (โรคหัวใจ สมองขาดเลือด แผลเบาหวานที่เท้า)
›เบาหวานขึ้นตาคืออะไร และอันตรายแค่ไหน
เบาหวานขึ้นจอประสาทตา (Diabetic Retinopathy) เกิดจากน้ำตาลในเลือดสูงทำลายหลอดเลือดฝอยในจอประสาทตา ระยะแรก (NPDR) อาจไม่มีอาการ ระยะลุกลาม (PDR) อาจตาบอด เป็นสาเหตุอันดับ 1 ของตาบอดในวัยทำงานทั่วโลก ควรตรวจตาขยายม่านตาทุก 1 ปี
›โรคไตจากเบาหวานเริ่มอย่างไร
เริ่มจาก Microalbuminuria (โปรตีนรั่วในปัสสาวะระดับน้อย 30–300 mg/g creatinine) ต่อมาเป็น Macroalbuminuria และ eGFR ลดลง ระยะสุดท้ายต้องฟอกไต ตรวจ Urine ACR และ Serum Creatinine/eGFR ทุก 1 ปี
›เท้าเบาหวานเป็นอย่างไร
เกิดจาก 3 ปัจจัย คือ ปลายประสาทเสื่อม (รู้สึกเจ็บน้อย) หลอดเลือดส่วนปลายตีบ (เลือดไปเลี้ยงน้อย) และภูมิคุ้มกันลด แผลเล็ก ๆ ที่เท้าอาจกลายเป็นแผลเรื้อรัง ติดเชื้อลึกถึงกระดูก (Osteomyelitis) และเสี่ยงถูกตัดเท้า ควรตรวจเท้าทุกวัน
›ปลายประสาทอักเสบจากเบาหวาน (Diabetic Neuropathy) มีอาการอย่างไร
ชา ปวดแสบ ปวดเหมือนถูกเข็มทิ่ม หรือเย็นวาบที่ปลายเท้าและปลายมือทั้งสองข้าง อาการมักแย่ลงตอนกลางคืน บางรายมีอาการของระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น ท้องอืด ท้องผูก เหงื่อออกผิดปกติ หรือหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
›เบาหวานเสี่ยงโรคหัวใจมากแค่ไหน
ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงกว่าคนทั่วไป 2–4 เท่า และเสียชีวิตจากโรคหัวใจมากที่สุด ควรควบคุม LDL < 100 (หรือ < 70 ถ้าเสี่ยงสูง) ความดัน < 130/80 และพิจารณายา Statin ตามแนวทาง
›DKA คืออะไร อันตรายอย่างไร
Diabetic Ketoacidosis (DKA) คือภาวะกรดคีโตนคั่งในเลือดจากการขาดอินซูลินรุนแรง พบบ่อยในเบาหวานชนิดที่ 1 อาการ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หายใจเร็วลึก ลมหายใจมีกลิ่นผลไม้ ซึม หมดสติ เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องเข้าโรงพยาบาลทันที
›HHS ต่างจาก DKA อย่างไร
Hyperosmolar Hyperglycemic State (HHS) พบในเบาหวานชนิดที่ 2 มีน้ำตาลในเลือดสูงมาก (มักเกิน 600 mg/dL) ขาดน้ำรุนแรง แต่ไม่มีกรดคีโตนชัด ผู้ป่วยมักซึม สับสน อัตราการเสียชีวิตสูงกว่า DKA ต้องรักษาในโรงพยาบาล
›น้ำตาลต่ำรุนแรงเป็นภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานไหม
ใช่ เป็นภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันที่พบบ่อยในผู้ใช้ยาอินซูลินหรือยากลุ่ม Sulfonylurea อาการเริ่มต้น: ใจสั่น เหงื่อแตก หิว มือสั่น ระยะรุนแรง: ชัก หมดสติ ควรกินน้ำตาลเร็ว 15 กรัมและตรวจซ้ำใน 15 นาที (กฎ 15/15)
›เบาหวานทำให้แผลหายช้าเพราะอะไร
น้ำตาลในเลือดสูงทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานลดลง หลอดเลือดฝอยตีบ การไหลเวียนเลือดที่ผิวหนังลดลง และคอลลาเจนสร้างได้ช้า แผลจึงหายช้าและติดเชื้อง่าย โดยเฉพาะที่เท้า
›ควรตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนเบาหวานบ่อยแค่ไหน
Eye exam (ขยายม่านตา) ทุก 1 ปี, Urine ACR + Creatinine/eGFR ทุก 1 ปี, ตรวจเท้า (Monofilament + ชีพจร) ทุกครั้งที่พบแพทย์, Lipid + ECG ทุก 1 ปี, HbA1c ทุก 3–6 เดือน
›เบาหวานทำให้เป็นโรคหลอดเลือดสมองได้ไหม
ได้ เบาหวานเพิ่มความเสี่ยง Stroke 1.5–2 เท่า เพราะเร่งหลอดเลือดแข็ง (Atherosclerosis) อาการเตือน เช่น แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ต้องโทร 1669 ทันที (กฎ FAST)
›หย่อนสมรรถภาพทางเพศเกี่ยวกับเบาหวานไหม
เกี่ยว เบาหวานทำลายหลอดเลือดและเส้นประสาทที่ควบคุมการแข็งตัว ผู้ชายเป็นเบาหวานมีความเสี่ยง ED สูงกว่าคนทั่วไป 3 เท่า มักเป็นสัญญาณเตือนของโรคหัวใจในอนาคต
›เบาหวานทำให้เป็นโรคซึมเศร้าได้ไหม
ได้ ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงซึมเศร้าสูงกว่าคนทั่วไป 2 เท่า จากความเครียดเรื้อรัง การจัดการโรค และผลของน้ำตาลที่ผันผวนต่อสมอง ควรประเมินสุขภาพจิตและขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น
›ภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานป้องกันได้ไหม
ได้ในระดับสูง การควบคุม HbA1c < 7% ลดความเสี่ยง Microvascular ได้ 30–40% (UKPDS, DCCT) การควบคุมความดันและไขมัน ลดความเสี่ยง Macrovascular ได้อีก เลิกบุหรี่ลดความเสี่ยงเท้าเบาหวานและหัวใจ
›ถ้าเริ่มมีภาวะแทรกซ้อนแล้ว ย้อนกลับได้ไหม
บางภาวะย้อนกลับได้ถ้าจับเร็ว เช่น Microalbuminuria สามารถกลับเป็นปกติได้ถ้าควบคุมน้ำตาลและใช้ยา ACEi/ARB เบาหวานขึ้นตาระยะแรกอาจคงที่ได้ แต่ระยะลุกลามมักย้อนไม่ได้ จึงเน้นป้องกันก่อนเป็น
›ผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานควรระวังภาวะแทรกซ้อนอะไรเพิ่มเติม
นอกจากภาวะแทรกซ้อนปกติ ผู้สูงอายุเสี่ยงน้ำตาลต่ำมากกว่า, ภาวะหกล้มจากชาเท้า, ภาวะสมองเสื่อมที่สัมพันธ์กับเบาหวาน และภาวะกล้ามเนื้อลีบ (Sarcopenia) เป้าหมาย HbA1c อาจผ่อนคลายเป็น < 7.5–8%
บทความที่เกี่ยวข้อง

แผลที่เท้าจากเบาหวาน: อาการเริ่มต้น สัญญาณเตือน และวิธีสังเกตก่อนสาย
แผลที่เท้าจากเบาหวาน หรือ **ulcer on feet from diabetes** ไม่ใช่แค่แผลธรรมดา แต่มันคือสัญญาณของความเสื่อมถอยของระบบประสาทและหลอดเลือดที่ถูกกัดกินโดยน้ำตาลสะสมที่สูงเกินเกณฑ์มานานครับ

เบาหวานลงขา อาการชาปลายเท้า: รู้จักโรคปลายประสาทอักเสบจากเบาหวาน
อาการชาและปวดแสบปวดร้อนเหล่านี้หากปล่อยไว้ อาจนำไปสู่การสูญเสียความรู้สึกถาวรและแผลเรื้อรังที่รักษายากจนถึงขั้นต้องสูญเสียอวัยวะได้เลยนะครับ

ตาพร่ามัวจากเบาหวาน: อาการเบาหวานขึ้นจอประสาทตาที่ต้องระวัง
ผู้ป่วยเบาหวานหลายท่านมักมองข้ามความพร่ามัวเล็กน้อยในตอนเช้า หรือการเห็นจุดดำลอยไปมา โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือเลือดที่กำลังซึมออกจากหลอดเลือดเล็ก ๆ ในดวงตาครับ

อาการโรคไตจากเบาหวาน: 8 สัญญาณเตือนที่ผู้ป่วยเบาหวานต้องสังเกต
หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง "โรคไตจากเบาหวาน" อาจกลายเป็นแผลเป็นเรื้อรังที่กัดกินคุณภาพชีวิตของคุณไปตลอดกาลครับ
ตรวจสอบโดยแพทย์แผนไทยผู้ได้รับใบอนุญาต
ตรวจสอบโดย: พท.ว. ณรงค์พล คงเจริญ · ใบอนุญาต ใบอนุญาต พท.ว. 23443
ตรวจสอบล่าสุด:
ปรึกษาแพทย์แผนไทยที่ระตินัยคลินิก
ทีมแพทย์แผนไทยที่ขึ้นทะเบียนพร้อมประเมินอาการและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล