ทั่วไป

ตรวจคัดกรองเบาหวาน มีกี่วิธี ใครควรตรวจ ตรวจบ่อยแค่ไหน

5 มิถุนายน 2569 10 นาที· ระตินัยคลินิก
ตรวจคัดกรองเบาหวาน มีกี่วิธี ใครควรตรวจ ตรวจบ่อยแค่ไหน

การตรวจคัดกรองเบาหวานมี 4 วิธีหลัก ได้แก่ FPG (อดอาหาร 8 ชม.), HbA1c (น้ำตาลสะสม), OGTT (ดื่มน้ำตาลกลูโคส) และ Random Glucose (ตรวจตอนไหนก็ได้) ผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป น้ำหนักเกิน ห

คำตอบสั้น ๆ: การตรวจคัดกรองเบาหวานมี 4 วิธีหลัก ได้แก่ FPG (อดอาหาร 8 ชม.), HbA1c (น้ำตาลสะสม), OGTT (ดื่มน้ำตาลกลูโคส) และ Random Glucose (ตรวจตอนไหนก็ได้) ผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป น้ำหนักเกิน หรือมีประวัติครอบครัวควรตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

ตรวจคัดกรองเบาหวาน คืออะไร เข้าใจง่ายใน 2 นาที

ตรวจคัดกรองเบาหวาน เป็นเครื่องมือสำคัญในการวินิจฉัยและติดตามโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นโรคที่พบมากในคนไทย จากข้อมูลของสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย (DAT) พบว่าคนไทยอายุ 35 ปีขึ้นไปประมาณ 1 ใน 11 คนเป็นเบาหวาน และอีกจำนวนมากอยู่ในภาวะก่อนเบาหวาน (Pre-diabetes) โดยที่ตนเองไม่รู้ตัว

การเข้าใจค่าตรวจอย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณสามารถดูแลตัวเองได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ป้องกันภาวะแทรกซ้อนระยะยาว เช่น เบาหวานขึ้นตา ไตเสื่อม เส้นประสาทเสื่อม และแผลเบาหวานที่เท้า

กลไกการเกิดน้ำตาลในเลือดสูง

เมื่อเรารับประทานอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ร่างกายจะย่อยให้กลายเป็นน้ำตาลกลูโคสและดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ตับอ่อนจะหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) เพื่อนำกลูโคสเข้าสู่เซลล์ หากตับอ่อนผลิตอินซูลินไม่พอ หรือเซลล์ดื้อต่ออินซูลิน (Insulin Resistance) น้ำตาลก็จะคงค้างในเลือดสูงผิดปกติ

ตารางค่าอ้างอิงที่ควรรู้

ระดับHbA1cFPG (mg/dL)OGTT 2 ชม. (mg/dL)
ปกติ< 5.7%< 100< 140
ภาวะก่อนเบาหวาน5.7 - 6.4%100 - 125140 - 199
เบาหวาน≥ 6.5%≥ 126≥ 200

อ้างอิงเกณฑ์ American Diabetes Association (ADA) 2024 และสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย

ใครควรตรวจ ตรวจคัดกรองเบาหวาน

  • อายุ 35 ปีขึ้นไป (เกณฑ์ใหม่ ADA)
  • น้ำหนักเกินหรืออ้วน BMI ≥ 23 kg/m² (เกณฑ์เอเชีย)
  • มีพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นเบาหวาน
  • ผู้หญิงที่เคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (GDM)
  • ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ≥ 140/90 mmHg
  • มีไขมันในเลือดผิดปกติ HDL < 35 หรือ TG > 250 mg/dL
  • มีอาการคล้ายเบาหวาน เช่น ปัสสาวะบ่อย, คอแห้ง, น้ำหนักลดผิดปกติ
  • เป็นโรคถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)

วิธีเตรียมตัวก่อนตรวจ

กรณี FPG (อดอาหาร)

  1. งดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดยกเว้นน้ำเปล่า อย่างน้อย 8 ชั่วโมง (แนะนำ 10-12 ชม.)
  2. งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  3. นอนหลับให้พอ ไม่ออกกำลังกายหนักคืนก่อนตรวจ
  4. สามารถดื่มยาประจำได้ตามแพทย์สั่ง

กรณี HbA1c

  • ไม่ต้องอดอาหาร ตรวจได้ทุกเวลา
  • ผลไม่ผันผวนตามมื้ออาหาร เหมาะกับคนที่ลืมอดอาหาร

ปัจจัยที่ทำให้ค่าคลาดเคลื่อน

ปัจจัยผลต่อ HbA1cผลต่อ FPG
ภาวะโลหิตจางคลาดเคลื่อนสูงไม่กระทบ
ตั้งครรภ์คลาดเคลื่อนต่ำไม่กระทบ
เพิ่งกินอาหารไม่กระทบคลาดเคลื่อนสูง
ภาวะเครียดไม่กระทบคลาดเคลื่อนสูง
ยาสเตียรอยด์สูงขึ้นสูงขึ้น

วิธีลดค่าน้ำตาลด้วยการปรับพฤติกรรม

  1. ลดน้ำหนัก 5-10% ของน้ำหนักตัว ช่วยลด HbA1c ได้ 0.5-1%
  2. ออกกำลังกายแบบแอโรบิก อย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์
  3. เพิ่มการฝึกแรงต้าน (Resistance Training) 2-3 วัน/สัปดาห์
  4. ลดคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว เช่น น้ำหวาน ขนมหวาน ข้าวขัดสี
  5. เพิ่มไฟเบอร์ จากผัก ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี 25-30 กรัม/วัน
  6. นอนหลับให้พอ 7-9 ชั่วโมง การอดนอนเพิ่มภาวะดื้ออินซูลิน
  7. จัดการความเครียด ด้วยการทำสมาธิ โยคะ
  8. เลิกบุหรี่ และจำกัดแอลกอฮอล์

ความเสี่ยงหากไม่ตรวจหรือปล่อยน้ำตาลสูงต่อเนื่อง

หากปล่อยให้น้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่องโดยไม่รักษา จะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โรคแทรกซ้อนของเบาหวาน ซึ่งรวมถึง:

  • เบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy) อาจทำให้ตาบอด
  • โรคไตจากเบาหวาน (Diabetic Nephropathy) อาจต้องฟอกไต
  • ปลายประสาทเสื่อม (Diabetic Neuropathy) ทำให้ชา/ปวดเท้า
  • แผลเบาหวานที่เท้า เสี่ยงตัดขา
  • โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง

สัญญาณเตือนที่ควรไปตรวจทันที

หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปตรวจน้ำตาลในเลือด: ดูรายละเอียดที่ อาการเบาหวาน

  • ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะกลางคืน
  • กระหายน้ำมาก ดื่มเท่าไหร่ก็ไม่หาย
  • หิวบ่อย กินจุแต่น้ำหนักลด
  • เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
  • แผลหายช้า
  • ตามัว เห็นภาพไม่ชัด
  • ชาปลายมือปลายเท้า

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. ตรวจคัดกรองเบาหวาน ตรวจที่ไหนได้บ้าง

สามารถตรวจได้ที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชนทั่วประเทศ คลินิกเฉพาะทาง รวมถึงห้องปฏิบัติการอิสระ ราคาประมาณ 100-500 บาทต่อรายการ

2. ตรวจครั้งเดียวสรุปได้ไหมว่าเป็นเบาหวาน

ตามแนวทาง ADA หากค่าผิดปกติ ต้องตรวจซ้ำอีกครั้งในวันถัดมา ยกเว้นมีอาการชัดเจนของเบาหวานร่วมด้วย

3. ค่าเกินเล็กน้อย ต้องกินยาทันทีไหม

ส่วนใหญ่ภาวะก่อนเบาหวาน (Pre-diabetes) สามารถย้อนกลับเป็นปกติได้ด้วยการปรับอาหารและออกกำลังกาย โดยไม่ต้องใช้ยา

4. ตรวจบ่อยแค่ไหน

  • คนปกติอายุ 35+: ทุก 3 ปี
  • ภาวะก่อนเบาหวาน: ทุก 1 ปี
  • เป็นเบาหวาน: ทุก 3-6 เดือน

5. ค่า HbA1c ลดเร็วแค่ไหน

HbA1c สะท้อนค่าเฉลี่ย 2-3 เดือน จึงต้องรออย่างน้อย 3 เดือนหลังเริ่มปรับพฤติกรรม จึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลง

6. กินยาคุมแล้วทำให้ค่าน้ำตาลสูงไหม

ฮอร์โมนเอสโตรเจน-โปรเจสเตอโรนในยาคุมบางชนิดอาจเพิ่มภาวะดื้ออินซูลินเล็กน้อย แต่ไม่ทำให้เป็นเบาหวานในคนปกติ

7. เด็กตรวจได้ไหม

ตรวจได้ และควรตรวจในเด็กที่อ้วน มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน เริ่มเข้าวัยรุ่น (อายุ 10 ปีขึ้นไป) ตรวจทุก 3 ปี

8. ผู้สูงอายุค่าควรเป็นเท่าไหร่

ผู้สูงอายุ ≥ 65 ปีที่สุขภาพดี เป้าหมาย HbA1c < 7.0-7.5% หากมีโรคร่วมหลายอย่าง เป้าหมายอาจผ่อนปรนถึง 8.0-8.5%

9. การอดอาหารนานเกินไปอันตรายไหม

อดอาหารเกิน 14 ชั่วโมง อาจทำให้ค่า FPG สูงผิดปกติ (Dawn Phenomenon) ควรอดเพียง 8-12 ชั่วโมงเท่านั้น

10. ดื่มน้ำเปล่าระหว่างอดอาหารได้ไหม

ดื่มน้ำเปล่าได้ตามปกติ และควรดื่มเพื่อไม่ให้ขาดน้ำ แต่ห้ามดื่มกาแฟ ชา น้ำหวานทุกชนิด

11. มีประจำเดือนตรวจได้ไหม

ตรวจได้ตามปกติ ประจำเดือนไม่กระทบค่าน้ำตาลในเลือด

12. ผลตรวจรอกี่วัน

ส่วนใหญ่ทราบผลภายในวันเดียวกัน หรือไม่เกิน 1-2 วันทำการ

เอกสารอ้างอิง (Medical References)

  1. American Diabetes Association. Standards of Medical Care in Diabetes—2024. Diabetes Care 2024;47(Suppl. 1). อ้างอิง ADA{rel="nofollow"}
  2. International Diabetes Federation. IDF Diabetes Atlas, 10th edition. 2021. IDF{rel="nofollow"}
  3. สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2566.
  4. WHO. Classification of diabetes mellitus. 2019. WHO{rel="nofollow"}

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล กรุณาปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจรักษา

บทความที่เกี่ยวข้อง

หน้าหลักของหัวข้อนี้

← กลับไปหน้าหลัก: การตรวจเบาหวาน: HbA1c FPG และการคัดกรอง

บทความแนะนำ

พร้อมจะดูแลตัวเองหรือยัง?

ปรึกษาแพทย์แผนไทยที่ได้รับใบอนุญาต ระตินัยคลินิก ปทุมธานี

สรุปสั้น & แชร์ต่อ

คัดลอกหรือส่งต่อให้คนที่บ้านได้ทันที

สรุปสั้น: ตรวจคัดกรองเบาหวาน มีกี่วิธี ใครควรตรวจ ตรวจบ่อยแค่ไหน

การตรวจคัดกรองเบาหวานมี 4 วิธีหลัก ได้แก่ FPG (อดอาหาร 8 ชม.), HbA1c (น้ำตาลสะสม), OGTT (ดื่มน้ำตาลกลูโคส) และ Random Glucose (ตรวจตอนไหนก็ได้) ผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป น้ำหนักเกิน หรือมีประวัติครอบครัวควรตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

1. ตรวจคัดกรองเบาหวาน ตรวจที่ไหนได้บ้าง

สามารถตรวจได้ที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชนทั่วประเทศ คลินิกเฉพาะทาง รวมถึงห้องปฏิบัติการอิสระ ราคาประมาณ 100-500 บาทต่อรายการ

แชร์ให้ครอบครัว

การตรวจคัดกรองเบาหวานมี 4 วิธีหลัก ได้แก่ FPG (อดอาหาร 8 ชม.), HbA1c (น้ำตาลสะสม), OGTT (ดื่มน้ำตาลกลูโคส) และ Random Glucose (ตรวจตอนไหนก็ได้) ผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป น้ำหนักเกิน หรือมีประวัติครอบครัวควรตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง อ่านฉบับเต็มจากระตินัยคลินิก ปทุมธานี

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายชื่อยาเบาหวานทุกกลุ่ม: ข้อดี ข้อเสีย และการเลือกใช้
ทั่วไป

รายชื่อยาเบาหวานทุกกลุ่ม: ข้อดี ข้อเสีย และการเลือกใช้

ยาเบาหวานชนิดที่ 2 แบ่งเป็น 7 กลุ่มหลัก ได้แก่ Metformin, SGLT2 inhibitors, GLP-1 receptor agonists, DPP-4 inhibitors, Sulfonylureas, Thiazolidinediones (TZD) และ Insulin แพทย์เลือกตามค่า HbA1c โรคร่วม น้ำหนัก และความเสี่ยงโรคหัวใจ Metformi

7 มิ.ย. 2569 12 นาที
อ่านต่อ
คู่มือฉีดอินซูลินที่บ้าน: เทคนิค ตำแหน่งฉีด และข้อควรระวัง
ทั่วไป

คู่มือฉีดอินซูลินที่บ้าน: เทคนิค ตำแหน่งฉีด และข้อควรระวัง

การฉีดอินซูลินที่บ้านทำได้ง่ายด้วยปากกาอินซูลิน (Insulin Pen) ฉีดเข้าใต้ผิวหนังบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือสะโพก หมุนตำแหน่งทุกครั้งเพื่อป้องกัน Lipohypertrophy อินซูลินที่ใช้แล้วเก็บอุณหภูมิห้องได้ 28 วัน ส่วนขวดที่ยังไม่เปิดต้องเก็บใน

7 มิ.ย. 2569 12 นาที
อ่านต่อ
สมุนไพรรักษาเบาหวาน: หลักฐานวิทยาศาสตร์และข้อควรระวัง
ทั่วไป

สมุนไพรรักษาเบาหวาน: หลักฐานวิทยาศาสตร์และข้อควรระวัง

สมุนไพรไทยที่มีงานวิจัยช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้แก่ มะระขี้นก อบเชย กระชายดำ ขมิ้นชัน และฟ้าทะลายโจร แต่ผลลด HbA1c ไม่เกิน 0.3-0.5% และต้องใช้ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ห้ามหยุดยาเองเพราะเสี่ยงน้ำตาลสูงเฉียบพลันและภาวะแทรกซ้อน

7 มิ.ย. 2569 12 นาที
อ่านต่อ